แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - kitisak

หน้า: [1] 2 3 4
1
ห้อง MS Access / : Invalid procedure call or argument
« เมื่อ: 03 ส.ค. 63 , 17:32:14 »
เหมือนว่าต้องใช้ Access 2007 เปิดเท่านั้น ผมมีแต่ Access 2010 เปิดมา ก็มีปัญหาแต่ต่างออกไปเลย ทำอะไรไม่ได้ ผมแนะนำว่าให้คุณสร้างฐานข้อมูลเปล่าสักตัว แล้ว import ทุกอย่างจากโปรแกรมตัวนี้เข้ามาใหม่ อาจจะช่วยให้ทำการ compile ได้ครับ
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

2
ห้อง MS Access / : Invalid procedure call or argument
« เมื่อ: 03 ส.ค. 63 , 09:00:11 »
มีสั่งรันแมโคร Autoexec หรือสั่งให้ฟอร์มทำงานทันทีเมื่อเข้า Access หรือไม่ ถ้ามี ก่อนเข้า Access ให้กดคีย์ SHIFT ค้างไว้จนกว่าหน้าต่างของ Access จะแสดงเรียบร้อยแล้ว แล้วลอง compile อีกครั้งครับ หรือถ้าโปรแกรมและข้อมูลไม่เป็นความลับ ลองโหลดขึ้นเวปบอร์ดนี้เพื่อให้ตรวจสอบครับ
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

3
ห้อง MS Access / : Invalid procedure call or argument
« เมื่อ: 01 ส.ค. 63 , 18:28:43 »
ลอง compile แล้วดูว่ามีแจ้งที่ผิดที่ไหนในโค้ดหรือไม่ ถ้าไม่มี อาจเป็นไปได้ว่ามีการแก้ procedure ที่จุดไหนแล้วมีจำนวน/ประเภทของ argument ที่ส่งไป procedure นั้น แตกต่างจากเดิม
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

4
ห้อง MS Access / : Combo box Date picker
« เมื่อ: 03 ก.ค. 63 , 22:37:11 »
ผมได้ทำฟอร์มตัวอย่างแสดงการเลือก Date Picker ตามลักษณะที่ต้องการ โดยมีการตรวจสอบความถูกต้องของวันที่ระหว่างการเลือก แต่ผมไม่การันตีว่าจะตรวจสอบได้ถูกต้อง 100% หรือมีที่ผิดพลาดที่ไหนหรือไม่นะครับ ลองดูรายละเอียดการทำงานใน comment ภายในโค้ดที่ผมได้เขียนอธิบายไว้แล้วครับ

แก้บัก : ใน Private Sub cbMonth_AfterUpdate() บรรทัดต่อจาก Case 2 ให้แก้เป็น If Me.cbDay >= 29 Then
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

5
สร้างคิวรี่ขึ้นมาใช้ Replace เพื่อ ตัดคำออกเอาเฉพาะชื่อจังหวัดเช่น จ.ขอนแก่น หรือ จังหวัดขอนแก่น จะเหลือ ขอนแก่น ครับ
ส่วนอำเภอกับตำบลใช้วิธีเดี่ยวกันครับ
ในแต่ละฟิลล์ใส่โค้ดตัดคำแบบนี้เข้าไปนะครับ

จังหวัด: Replace(Replace([province],"จ.",""),"จังหวัด","")
อำเภอ: Replace(Replace([district],"อ.",""),"อำเภอ","")
ตำบล: Replace(Replace([Sub-district],"ต.",""),"ตำบล","")

เมื่อใช้ Replace แล้วก็นำคิวรี่นี้แหละไป Join Table ให้ได้เลขไปรษณีย์
ถ้าข้อมูล File Address มีคำว่าอำเภอก็ตัดคำที่ไม่ต้องการออกไปให้เหมือนกัน ก็ใช้ได้แล้วครับ

ผมมีตัวอย่าง อีกวิธี

โดยต้องตัดคำว่าแขวง ตัดคำว่าเขต ตัดคำว่าอำเภอ ตัดคำว่าจังหวัดออกไป
โดยการค้นหาคือ ค้นจาก ตำบล อำเภอ จังหวัด เรียงกันแบบนี้ แล้วจะได้รหัสไปรษณีย์นะครับ
เช่น ทุ่งพญาไท ราชเทวี กรุงเทพมหานคร จะได้ 10400
      บางรัก บางรัก กรุงเทพมหานคร จะได้ 10500 เป็นต้น
วิธีนี้ก็ใช้ประยุกต์กับชุดข้อมูลที่อยู่จาก เครื่องแสกนได้ลองไปทดสอบดูครับไม่รู้จะใช้ได้หรือเปล่า
โดยให้ดูการเชื่อมข้อมูลจาก Query DATA
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

6
ขอสอบถามการแสดงรหัสไปรษณีย์ จากการใช้เครื่องอ่านบัตรประชาชนค่ะ ปรกติบัตรประชาชนไม่มีข้อมูลรหัสไปรษณีย์ใช่ไหมคะ เวลาอ่านบัตรไม่พบข้อมูลรหัสไปรษณีย์ ถ้าเราต้องการให้เสียบบัตรประชาชนแล้วให้ขึ้นรหัสไปรษณีย์อัตโนมัติจากบัตร สามารถทำได้ด้วยวิธีไหนได้บ้างคะ รบกวนแนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

โดยปกติเครื่องอ่านบัตรประชาชนจะแสกนได้รายละเอียด ของที่อยู่แยกเป็นฟิลล์ๆไป (แต่บางตัว รายละเอียดจะติดกันเป็น ข้อความยาว เราจะทำวิธีนี้ไม่ได้)
สำหรับเครื่องตัวที่แยกฟิลล์มาให้เราสามารถนำไป Join Table เพื่อหารหัสไปรษณีย์ได้ครับ
โดยไฟล์ access ที่มีรายละเอียด เกี่ยวกับ จังหวัด อำเภอ ตำบล จนถึงรหัสไปรษณีย์ ดูได้จากไฟล์ที่ลิ้งด้านล่างครับ
https://www.thai-access.com/index.php?action=dlattach;topic=571.0;attach=481           
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

7
ใช้ Function Replace ช่วยครับ

Private Sub TextboxName_AfterUpdate()
Dim strWord As String
If Not IsNull(Me.TextboxName) Then
strWord = Me.TextboxName
Me.TextboxName1 = Replace(Replace(Replace(strWord, "*", ""), "/", ""), "?", "")
End If
End Sub
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

8
ถ้าต้องการให้กรอกเฉพาะภาษาไทย หรือ กรอกเฉพาะภาษาอังกฤษ  ครับ

ทำแบบข้างบนละครับ ว่าเราต้องการคีย์ไหนบ้าง ถ้ามันอยู่เรียงกันก็ใช้ >= and <=  เพื่อลดจำนวนโค้ดได้ ถ้าอยู่ห่างๆกันใช้ Or มาช่วย
ถ้าอยากรู้ว่าตัวอักษรภาษาไทย ที่เรากดนั้น KeyAscii เลขอะไรก็ใส่โค้ดแบบนี้

Private Sub TextBoxName_KeyPress(KeyAscii As Integer)
     MsgBox KeyAscii
End Sub

แล้วจดไว้เพื่อนำมาเข้าเงื่อนไข ที่ต้องการ
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

9
เราจะเขียนโค๊ดอย่างไร เพื่อให้ใน textbox ไม่ให้พิมพ์ตัวอักษรต้องห้ามในการตั้งชื่อไฟล์ เช่น / * ? ครับ
สีแดงคือชื่อ textbox นะครับ
KeyAscii = 47 คือ /
KeyAscii = 42 คือ *
KeyAscii = 63 คือ ?


Private Sub TextboxName_KeyPress(KeyAscii As Integer)
If (KeyAscii = 47 Or KeyAscii = 42 Or KeyAscii = 63) Then
        KeyAscii = 0
        Else
        KeyAscii = KeyAscii
 End If
End Sub

ุถ้าอยากจะเพิ่มคีย์อื่นๆ อีกก็ดู ASCII Characters ในเว็บนี้ครับ
https://bettersolutions.com/vba/strings-characters/ascii-characters.htm link

โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

10
แบบที่ 1
ถ้าท่านกำหนด txtGroup1A0 1 2 3 4 5 6 ....  / txtGroup1B 1 2 3 4 5 6 ...... / txtGroup2A 1 2 3 4 5 6 ... ไปแบบนี้ ใช้การกำหนดเงื่อนไขจากชื่อของตัว Control เอาก็ได้คับเช่น

โค๊ด: [Select]
Private Sub Command1_Click() 'เลือก Event ที่ต้องการครับ
    Dim ctl As Control
    For Each ctl In Me
        If ctl.ControlType = acTextBox Then
            If Left$(ctl.Name, 10) = "txtGroup1A" Then 'Left 10 เพราะต้องการเช็คตัวอักษรทางซ้าย 10 ตัวซึ่งเป็นชื่อที่เหมือนกันของกลุ่ม
                ctl.Visible = False 'หรือ ctl.Visible = true หรือจะสร้างเงื่อนไขให้กลุ่มอื่นๆด้วยก็ได้เช่นกัน
            End If
        End If
    Next ctl
End Sub

แบบที่ 2
อีกวิธีอาจจะง่ายกว่าคือการกำหนดชื่อของกลุ่มที่ Tag ของกล่องข้อความแล้วกำหนดเงือนไขการซ่อนและแสดง
ผมสมมุติ textbox 6 ตัวชื่อกลุ่ม Group1


โค๊ด: [Select]
Private Sub Command1_Click()
    Dim ctl As Control
    For Each ctl In Me
        If ctl.Tag = "Group1" Then
                ctl.Visible = False
        End If
    Next ctl

End Sub
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

11
ถ้าเป็นไฟล์พวก excel word access มันทำง่ายคับ ในการสั่งปิด แต่พอเป็นพวกไฟล์ PDF หรือ ไฟล์รูปภาพ คงยังหาวิธีไม่เจอเลยคับ
คือถ้าอยากจะปิดไฟล์พวกนี้จริงๆ คงต้องสั่งปิด Process ที่ทำงานอยู่กับโปรแกรมที่ใช้เปิดไฟล์รูปภาพ และโปรแกรม adobe reader ครับ

ส่วนปิดไฟล์ Word ก็ประมาณนี้ครับ

Dim sPath, sfilename, sLink, sCopyInto, myOutput As String
Dim fso As Object
Dim OpenDB As Object
Dim myFileOld As FileSystemObject
Dim appExtension As String
Dim ObjName As String

    Set fso = CreateObject("Scripting.FileSystemObject")
    sfilename = GetFileName
    myOutput = Right(sfilename, Len(sfilename) - InStrRev(sfilename, "."))
    sPath = GetFilePath
    sLink = sPath & sfilename
   
    sCopyInto = [Forms]![manHisInsu]![folderInsu] & "\" & [Forms]![manHisInsu]![Even2] & "." & myOutput  'แล้ว Copy File
    fso.CopyFile sLink, sCopyInto
    Set fso = Nothing
   
   appExtension = Right$(slink, Len(slink) - InStrRev(slink, ".") + 1) 'ดึงนามสกุลมา
   ObjName = Right(slink, Len(slink) - InStrRev(slink, "\")) 'ดึงชื่อไฟล์และนามสกุลมา

   If appExtension = ".doc" Or appExtension = ".docx" Then

   Set objWord = GetObject(, "word.application")
   Set objDocs = objWord.Documents

   For Each doc In objDocs
       If StrComp(doc.Name, ObjName, 1) = 0 Then
           doc.Close
           objWord.Application.Quit
           Exit For
       End If
   Next
   Set objDocs = Nothing
   Set objWord = Nothing
   End If


    Set myFileOld = New FileSystemObject 'สั่งลบไฟล์เดิม
    myFileOld.DeleteFile sLink
    Set myFileOld = Nothing
   
    MsgBox ("บันทึกเรียบร้อยแล้ว"), vbInformation, "ผลการทำงาน"

   
Exit_Command33_Click:
    Exit Sub

Err_Command33_Click:
    MsgBox " ไฟลนี้อาจเปิดอยู่ ให้ปิดไฟล์นี้เสียก่อน"
    Resume Exit_Command33_Click
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

12
ไฟล์ที่จะปิด คัดลอก และ ลบ ไม่ใช้ไฟล์ access แต่เป็นไฟล์ pdf หรืออื่น ๆ ได้ไหมครับ

สรุปมาให้ผมหน่อยครับ เป็นไฟล์ประเภทอะไรบ้าง
คงต้องทำเป็น Select Case ตามประเภทไฟล์ครับ
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

13
เช็ค path จากตัวแปร   sLink  เลยก็ได้คับถ้าเปิดอยู่ก็สั่งปิดแล้ว Copy พอ Copy เสร็จสั่งลบไฟล์เก่าเลย
ตรง Reference เพิ่ม microsoft scripting runtime ด้วยนะครับ

โค๊ด: [Select]
Dim sPath, sfilename, sLink, sCopyInto, myOutput As String
Dim fso As Object
Dim OpenDB As Object
Dim myFileOld As FileSystemObject

    Set fso = CreateObject("Scripting.FileSystemObject")
    sfilename = GetFileName
    myOutput = Right(sfilename, Len(sfilename) - InStrRev(sfilename, "."))
    sPath = GetFilePath
    sLink = sPath & sfilename
   
    sCopyInto = [Forms]![manHisInsu]![folderInsu] & "\" & [Forms]![manHisInsu]![Even2] & "." & myOutput  'แล้ว Copy File
    fso.CopyFile sLink, sCopyInto
    Set fso = Nothing
   
    Set OpenDB = GetObject(sLink) 'สั่งปิดไฟล์ก่อน
    OpenDB.Application.Quit
    Set OpenDB = Nothing

    Set myFileOld = New FileSystemObject 'สั่งลบไฟล์เดิม
    myFileOld.DeleteFile sLink
    Set myFileOld = Nothing
   
    MsgBox ("บันทึกเรียบร้อยแล้ว"), vbInformation, "ผลการทำงาน"

   
Exit_Command33_Click:
    Exit Sub

Err_Command33_Click:
    MsgBox " ไฟลนี้อาจเปิดอยู่ ให้ปิดไฟล์นี้เสียก่อน"
    Resume Exit_Command33_Click
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

14
ถ้าจะป้องกันการกดคีย์ภาษาไทยลงเท็กซ์บ็อกซ์ ก็ใส่โค้ดนี้ไว้ใน KeyPress event procedure
โค๊ด: [Select]
Private Sub xxx_KeyPress(KeyAscii As Integer)
    If KeyAscii >= 3585 And KeyAscii <= 3675 Then KeyAscii = 0
End Sub

ถ้าต้องการตรวจสอบว่ามีภาษาไทยอยู่ในเท็กซ์บ็อกซ์หรือไม่ ก็ใช้โค้ดนี้ครับ
โค๊ด: [Select]
    Dim i As Integer
    Dim c As String
   
    For i = 1 To Len(Me.Text2)
        c = Mid$(Me.Text2, i, 1)
        If AscW(c) >= 3585 And AscW(c) <= 3675 Then
            MsgBox "Found"
            Exit Sub
        End If
    Next i
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

16
ห้อง MS Access / : ลบไฟล์ที่เลือก
« เมื่อ: 29 ส.ค. 61 , 15:28:36 »
เพิ่มเป็นแบบนี้นะครับ
เวลาคุณกดบันทึกไฟล์ มันจะลบไฟล์เก่าต้นทางทิ้ง

Private Sub Command13_Click()
Call Copy
End Sub
Private Sub Import_Click()
Dim f As Object
Set f = Application.FileDialog(3)
f.AllowMultiSelect = True
f.Filters.Clear
f.Filters.Add "Picture Files", "*.bmp;*.jpg;*.gif;*.png"
If f.Show Then
    For i = 1 To f.SelectedItems.Count
        sFile = filename(f.SelectedItems(i), sPath)
        Me.GetFileName = sFile
        Me.GetFilePath = sPath
    Next
End If
End Sub

Sub Copy()
Dim sPath, sfilename, sLink, Snow, sCopyInto, myOutput As String
Dim fso As Object
Dim DeletePath As String

Set fso = CreateObject("Scripting.FileSystemObject")
Snow = Now
Snow = Format(Date, "YYYYMMDD")
sfilename = GetFileName
myOutput = Right(sfilename, Len(sfilename) - InStrRev(sfilename, "."))
sPath = GetFilePath
sLink = sPath & sfilename
sCopyInto = "D:\iDoc\" & Me.NewName & Snow & "." & myOutput
fso.CopyFile sLink, sCopyInto


    DeletePath = GetFilePath & GetFileName
    If fso.FileExists(DeletePath) Then
        fso.DeleteFile DeletePath
    End If


Set fso = Nothing
End Sub
Public Function filename(ByVal strPath As String, sPath) As String
    sPath = Left(strPath, InStrRev(strPath, "\"))
    filename = Mid(strPath, InStrRev(strPath, "\") + 1)
End Function
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: kitisak

หน้า: [1] 2 3 4