สมัครสมาชิก

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - aek

หน้า: [1] 2 3
1
ในภาษา VBA  เครื่องหมาย double quote เป็น string delimeter เปิด/ปิดสำหรับค่าคงที่ของข้อความ (ในนี้ผมจะใช้สีแดงแล้วกัน) เช่น ค่าคงที่ของข้อความ AB ก็จะต้องสร้างเป็น "AB"   แต่ถ้าค่าคงที่ของข้อความต้องมี double quote อยู่ภายในอยู่ด้วย เช่น A"B  เราต้องใช้ double quote 2 ตัว   VBA จะรู้ว่าจริงๆแล้ว นี่เป็นตัวอักษร double quote เพียงตัวเดียว ไม่ใช่ delimiter  ดังนั้นเราก็ต้องสร้างเป็น "A""B" 


ส่วน string delimeter ในภาษา SQL จะใช้ได้ทั้ง double quote และ single quote  ดังนั้นเมื่อต้องการค่าคงที่ของข้อความ SELECT * FROM Output WHERE [Type] like 'AB' ลงในตัวแปรชื่อ SQL เราก็จะสร้างคำสั่งเป็น SQL = "SELECT * FROM Output WHERE [Type] like 'ABC'" หรือถ้าเราใช้ double quote แทน single quote คำสั่งก็จะกลายเป็น SQL = "SELECT * FROM Output WHERE [Type] like ""ABC"""


ส่วน & คือ operator ที่ใช้เชื่อมข้อความ 2 ข้อความเข้าด้วยกัน เช่น "A" & "B" ก็จะได้ค่าคงที่ของข้อความเป็น AB หรือ "A" & """B""" ก็จะได้เป็น A"B"
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

2
อ้างถึง
1. หลักความแตกต่างระหว่าง " และ ' และ & คืออะไรครับ

 " และ '  เราเรียกว่า double quote และ Single quote ครับ สัญลักษณ์พวกนี้เป็นการบอกให้ทราบว่า คุณได้กำหนดช่วงของ ข้อความ หรือ String หรือ ตัวเลข หรือตัว Control จาก ไหน ถึง ไหน ครับ เช่น "..............." เป็นการบอกว่า ภายใน double quote นี้คือเนื้อหาส่วนเดียวกัน

ความแตกต่างของการใช้  " และ ยกตัวอย่างการใช้ Dlookup
เราจะใช้ ' ในการกรณีที่ อ้างถึงเขตข้อมูลที่เป็น string หรือข้อความ เช่น
DLookup("FieldName" , "TableName" , "Criteria= 'String'")

ในกรณีที่เป็น ตัวเลข เราจะใช้ " ในการกำหนดขอบเขตครับเช่น N คือตัวเลข
DLookup("FieldName" , "TableName" , "Criteria = n")

แต่ " " นี้ก็ไม่ได้ใช้กับตัวเลขเสมอไป เราจะใช้ในการกำหนด เริ่มต้นและสิ้นสุดของข้อความที่เรากำหนดได้เหมือนกันเช่น

msgbox "สวัสดีครับ",vbInformation,"ทักทาย"

& นั้นใช้ในการเชื่อมต่อกับส่วน อื่นๆของคำสั่ง เช่น ตัวแปร เชื่อมกับ Control / ข้อความเชื่อมกับ Control / กำหนด เชื่อมฟิลล์เข้าด้วยกัน เช่น Field1 & "/" & Field2  ก็จะได้ Field1/Field2เป็นต้น

อ้างถึง
2. ในกรณีนี้ทำไมต้องใส่ " " ที่ตอนต้นและตอนท้ายด้วยครับ เพราะดูในที่อื่น ก็ select * from  where ไม่เห็นต้องมี " " ปิดหัวท้ายเลย


คุณอ้างถึงตัวแปร Sql ที่เป็น string ซึ่ง ต้องมี " " ปิดหัวท้ายเพื่่อกำหนดขอบเขตของ String ที่เรากำหนดคับ

อ้างถึง
3. like '" & Nz(Me.tcombo, "*") & "'  --> รบกวนช่วยแปล Code นี้หน่อยครับ ไม่เข้าใจตรงการเขียน '" & XXX & "'
จากตัวอย่างนี้ลองสังเกตุ '" & XXX & "' การใส่ เครื่องหมาย  " และ ' ให้การ Control ที่เป็นข้อความคับ
Nz(Me.tcombo, "*") คือการกำหนดให้ตรวจสอบ Control ที่ชื่อ tcombo ครับโดยการกำหนดให้แสดงผลตามว่า tcombo ว่างหรือไม่ว่าง
ถ้า tcombo ไม่เป็นค่าว่าง สมมุติเราใส่ กรุงเทพ เงื่อนไขของ คำสั่งนี้คือ   like "กรุงเทพ" ซึ่ง ถ้าเขตข้อมูลไหนมีคำว่ากรุงเทพก็จะแสดงรายการออกมาครับ
แต่ถ้า tcombo เป็นค่าว่าง Nz Function ก็จะแทนค่าว่างด้วย * คือถ้าว่างก็ให้เงื่อนไขคือแสดงข้อมูลทั้งหมด

ผมตอบได้เท่าที่ผมนึกออกนะคับ  รออาจารย์ท่านอื่นมาเสริม
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

3
สุดยอดเลยค่ะอาจารย์
หนูขออนุญาตโหลดไฟล์โปรแกรมตัวอย่างของอาจารย์
ไปเก็บไว้ศึกษาปรับประยุกต์ใช้งานต่อด้วยอีกคนนะคะ

ขอบคุณเจ้าของกระทู้นี้ด้วยเช่นกันค่ะ
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

4
ยินดีครับ ที่จริงมันสามารถ Convert File รูป เป็นรูปแบบที่ต้องการได้ด้วยนะครับ เช่น ต้นฉบับเป็น .BMP จะแปลงเป็น .JPEG หรือ อื่นๆได้ โดยใช้ WIA
แต่จากความต้องการเจ้าของกระทู้ ไม่น่าจะใช้ในส่วนนี้ครับ  :cool: :cool:
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

5
เห็นแล้วสุดยอดเลยครับ อ.ปิ่นณรงค์...ผมขออนุญาติโหลดเพื่อนำมาศึกษาและนำมาประยุกต์กับการใช้งานจริงนะครับ..และขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

6
อ้างถึง
เพิ่มนามสกุลไฟล์จาก JPG เป็นไฟล์รูปภาพอื่นต้องเพิ่มอย่างไรครับ



ถ้าจะเพิ่มการเก็บไฟล์รูปภาพประเภทอื่นๆ ด้วยลองใส่ตามนี้ครับมี 2 แบบให้เลือก
โค๊ด: [Select]
Private Sub Import_Click()
Dim File As FileDialog
Dim strPath, StrFile, SetPathon As String
If IsNull(Me.SetPath) Then
MsgBox "กรุณากำหนด Path ที่จะจัดเก็บก่อน", vbInformation, "แจ้งเตือนขั้นตอน"
Else
Set File = Application.FileDialog(msoFileDialogFilePicker)
With File
        .Title = "เลือกรูปภาพ"
        .Filters.Clear
        .Filters.Add "JPG", "*.JPG"
        .Filters.Add "BMP", "*.BMP"
        .Filters.Add "JPEG File ", "*.JPEG"
        .Filters.Add "GIF", "*.GIF"
        .Filters.Add "PNG", "*.PNG"
        .Filters.Add "TIFF", "*.TIFF"
        .Filters.Add "ALL Pictures", "*.JPG,*.BMP,*.JPEG,*.GIF,*.PNG,*.TIFF"
 End With
If File.Show Then
Me.PhotoPath = File.SelectedItems.Item(1)
End If
If Not IsNull(PhotoPath) Then
SetPathon = SetPath
strPath = Me.PhotoPath
StrFile = Right(strPath, Len(strPath) - InStrRev(strPath, "\"))
Me.SetPath = SetPathon & "\" & StrFile
End If
End If
End Sub

หรือแบบไม่ต้องกำหนด ประเภทไฟล์คือให้แสดงทุกรูปแบบนามสกุลไฟล์ที่เป็นรูปภาพตามที่เรากำหนดประมาณนี้ครับ

โค๊ด: [Select]
Private Sub Import_Click()
Dim File As FileDialog
Dim strPath, StrFile, SetPathon As String
If IsNull(Me.SetPath) Then
MsgBox "กรุณากำหนด Path ที่จะจัดเก็บก่อน", vbInformation, "แจ้งเตือนขั้นตอน"
Else
Set File = Application.FileDialog(msoFileDialogFilePicker)
With File
        .Title = "เลือกรูปภาพ"
        .Filters.Clear
        .Filters.Add "ALL Pictures", "*.JPG,*.BMP,*.JPEG,*.GIF,*.PNG,*.TIFF"
End With
If File.Show Then
Me.PhotoPath = File.SelectedItems.Item(1)
End If
If Not IsNull(PhotoPath) Then
SetPathon = SetPath
strPath = Me.PhotoPath
StrFile = Right(strPath, Len(strPath) - InStrRev(strPath, "\"))
Me.SetPath = SetPathon & "\" & StrFile
End If
End If
End Sub

ส่วนการเลือกรูปหลายรายการนั้น ต้องดูว่าท่านออกแบบตารางเก็บข้อมูลไว้แบบไหน ถึงจะแนะนำได้ครับ
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

7
อ้างถึง
หนูต้องการอยากจะตรวจสอบชื่อไฟล์ว่า หากไฟล์ที่เปิดนั้น เพียงมีชื่อ ขึ้นต้นด้วยคำว่า"Backup" ก็ให้มีการแจ้งเตือนดังกล่าวทันที

ถ้าจะสร้างการตรวจสอบเมื่อเปิดไฟล์ขึ้นมางั้นเราจะเพิ่มโค้ดตรวจสอบไว้ที่ AutoExec นะครับ
โดย Macro และ Module นี้นำไปไว้ที่ โปรแกรมหลักของเราเลย เวลา Copy ไฟล์ Macro และ Module นี้จะติดมาด้วย

ขั้นตอนที่ 1 สร้าง Module ใส่
โค๊ด: [Select]
Public Function AutoExec_AutoExec()
On Error GoTo AutoExec_AutoExec_Err
   Dim strFileName As String
   Dim DFileName As String
   
   strFileName = CurrentProject.Path & "\" & CurrentProject.Name
    DFileName = Dir(strFileName)
   
   If Left(DFileName, 6) = "Backup" Then
   MsgBox "ไฟล์นี้เป็นไฟล์สำรองไม่ควรเปิดใช้งานจนกว่าจะเปลี่ยนชื่อไฟล์ใหม่", vbInformation, "แจ้งเตือน"
    DoCmd.Quit
   End If
AutoExec_AutoExec_Exit:
    Exit Function
   
AutoExec_AutoExec_Err:
    MsgBox Error$
    Resume AutoExec_AutoExec_Exit
   
End Function

ขั้นตอนที่ 2 สร้างมาโครขึ้นมา 1 อันใส่โค้ดนี้ไปตั้งชื่อว่า AutoExec


เท่านี้เวลาเปิดไฟล์ไหนก็แล้วแต่ที่ Copy มา ถ้าไฟล์ ชื่อขึ้นต้นด้วย BackUp ก็จะแสดง Msgbox แจ้งเตือนทันทีคับ

ผมมีตัวอย่างไฟล์ ลองกด Botton Copy แล้วไปลองเปิดไฟล์ Backup ที่ Drive D ดูครับ
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

8
อ่านแล้ว งง คำถาม แต่ งง ไปอีก ทำไมอาจารย์เก่งจัง
เดาได้ด้วยว่าเค้าถามอะไร
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

9
สนับสนุนการบ่นอีกเสียงครับ

บางคำถามอ่านแล้วได้แต่ถอนใจ
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

10
คำถามจำนวนมาก ถามโดยแทบจะไม่อธิบายอะไรมาเลย ไม่ทราบคนถามจะรู้ไหมว่าคนอ่าน(เอาเป็นว่าอย่างน้อยก็ผมแล้วกัน)รู้สึกเหมือนโดนถามว่า "อยากได้จรวดไปดาวอังคาร ช่วยหน่อยครับ" จริงๆนะ แล้วจะให้ตอบอย่างไร ก็จะกลายเป็นต้องถามกลับไปว่า คุณได้ใช้อุปกรณ์อะไร ออกแบบอะไรยังไงไปแล้วบ้าง เอามาให้ดูหน่อย ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อน ผมก็จะพยายามถามกลับ แต่ยอมรับว่าเดี๋ยวนี้ โอกาสน้อยที่ผมจะถามกลับแล้ว ถ้าอ่านแล้วพบว่าข้อมูลที่ให้มาพร้อมคำถามของผู้โพสนั้นมีน้อยมาก ก็จะข้ามไปเลย หรือถามแล้วอ่านไม่เข้าใจเลย ผมก็ขอข้ามไปเหมือนกัน

ดังนั้น เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของคำถาม มันก็มีหลายวิธี แต่หลายๆวิธีคงวุ่นวายไป ก็เลยคิดว่าก่อนระบบจะรับโพส อยากให้มี message box แสดงข้อความ "เขียนถามให้ผู้ตอบเข้าใจ..." ตามข้อความเตือนสีแดงๆที่อยู่บนหัวเพจอีกที และอาจมีข้อความอื่นเพิ่มเติมเพื่อเน้นว่าเขาแน่ใจไหมว่าได้อธิบายละเอียดแล้ว ถ้าเขาไม่ยืนยัน ก็ให้เขากลับไปแก้ข้อความ แต่ถ้าเขากดยืนยัน ก็ค่อยโพสจริงๆอีกที

ถามยาว โอกาสได้รับคำตอบเร็วมีสูง -- ถามสั้น โอกาสน้อยลง -- ถามสั้นมากๆ ยากที่จะมีโอกาส
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

11
ลองดูที่นี่ครับ ไม่รู้ช่วยได้หรือป่าวนะ
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

12
ยินดีครับ thai access บอร์ดแห่งการแชร์ประสบการณ์ การแบ่งปันและการเรียนรู้ครับ ผมเริ่มจากไม่เป็นเลยได้เรียนรู้จากบอร์ดนี้แหละครับ จนพอที่จะแนะนำได้บ้าง :meaw:
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

13
ลองดูตัวอย่างนี้ดูครับ
โค๊ด: [Select]
Sub GetColor()
Dim lngWhite As Long
Dim lngYellow As Long
lngYellow = RGB(255, 255, 0)
lngWhite = RGB(255, 255, 255)
If Not IsNull(Me.ยอดทั้งหมด) And Not IsNull(Me.ยอดที่ใช้ไป) Then
    If Me.ยอดทั้งหมด > Me.ยอดที่ใช้ไป Or _
    Me.ยอดทั้งหมด < Me.ยอดที่ใช้ไป Then
    Me.ยอดทั้งหมด.BackColor = lngYellow
    Me.ยอดที่ใช้ไป.BackColor = lngYellow
         Else
         Me.ยอดทั้งหมด.BackColor = lngWhite
         Me.ยอดที่ใช้ไป.BackColor = lngWhite
End If
    End If
End Sub
Private Sub ใช้ไป1_AfterUpdate()
Call GetColor
End Sub
Private Sub ใช้ไป2_AfterUpdate()
Call GetColor
End Sub
Private Sub ใช้ไป3_AfterUpdate()
Call GetColor
Me.ใช้ไป1.SetFocus
End Sub

ส่วนอยากกำหนดเป็นสีอะไรก็กำหนด ตัวแปลเป็นสีนั้น
 สีแดง   RGB(255, 0, 0)
สีดำ     RGB(0, 0, 0)
สีเหลือง RGB(255, 255, 0)
สีขาว    RGB(255, 255, 255)
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

14
กำหนดให้ Control Source ของหน้ารายงาน Order เป็น
โค๊ด: [Select]
SELECT Order.[Order No], Order.[Reference no], Order.[Order Type], Order.Sale, Order.Company, Order.Customer, Order.[Order date], Order.Approver, Order.[Approval Date]
FROM [Order]
GROUP BY Order.[Order No], Order.[Reference no], Order.[Order Type], Order.Sale, Order.Company, Order.Customer, Order.[Order date], Order.Approver, Order.[Approval Date];

ส่วน Control Source หน้ารายงาน OrderDetail เป็น
โค๊ด: [Select]
SELECT Order.[Order No], Order.[Pre Approval no], Order.[Order date], Order.Description, Order.[Service Detail], Order.Currency, Order.Amount, Order.Approver, Order.[Approval Date]
FROM [Order];

เท่านี้ก็ได้แบบที่คุณต้องการแล้วคับ
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

15
ลอง
text3= textbox1 & CStr(textbox2)
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

16
ห้อง MS Access / : สอบถามคำสั่ง Docmd.Movesize
« เมื่อ: 10 ม.ค. 62 , 16:00:35 »
ได้แล้วครับ ขอบคุณคุณปิ่นณรงค์ที่แนะนำการปรับฟอร์มให้พอดีกับหน้าจอครับ ถ้าฟอร์มที่ต้องการ move ไม่พอดีกับจอที่จะให้ออก มันจะไม่ move ให้ ส่วนการใส่ค่าฟอร์มของผมใส่ 30000 ตามที่บอก ใช้ได้เลยครับ
โพสต์นี้ได้รับคำขอบคุณจาก: aek

หน้า: [1] 2 3