ธรรมชาติไม่รอเรา ไปผิดเดือนคือเห็นคนละที่กันเลย เพื่อนผมเคยบินไปฮอกไกโดเพื่อดูทุ่งลาเวนเดอร์ แล้วไปถึงตอนต้นสิงหาคม ดอกโรยไปแล้วเกือบหมด เสียดายทั้งตั๋วทั้งวันลา
ที่เที่ยวธรรมชาติต่างประเทศแทบทุกแห่งมีจังหวะของมัน ปฏิทินคร่าว ๆ ข้างล่างนี้ไว้กันพลาด
มกราคมถึงมีนาคมหิมะทางเหนือกำลังหนา ฮอกไกโดกับเกาหลีเหนือสุดคือช่วงพีค
แสงเหนือที่ไอซ์แลนด์และนอร์เวย์ยังดูได้ดี คืนยาวและฟ้าใสกว่าช่วงอื่น
ฝั่งใต้เส้นศูนย์สูตรกำลังหน้าร้อน ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เที่ยวได้เต็มที่
วาฬหลังค่อมเข้ามาที่โอกินาวาช่วงนี้
เมษายนถึงมิถุนายนซากุระบานเป็นระลอกจากใต้ขึ้นเหนือในญี่ปุ่น ปกติปลายมีนาคมถึงต้นพฤษภาคมแล้วแต่พื้นที่
เนปาลกับภูฏานอากาศดีที่สุดของปี ฟ้าเปิด เห็นยอดเขาชัด
แอฟริกาตะวันออกเริ่มเข้าฤดูฝนสั้น สัตว์กระจายตัว ไม่ใช่ช่วงที่ดีนัก
กรกฎาคมถึงกันยายนลาเวนเดอร์ที่ฟุราโนะบานกลางกรกฎาคมถึงต้นสิงหาคม จำวันให้แม่น
การอพยพครั้งใหญ่ของวิลเดอบีสต์ข้ามแม่น้ำมาราในเคนยาและแทนซาเนีย ราวกรกฎาคมถึงกันยายน นี่คือช่วงพีคจริง
ยุโรปเหนืออากาศดีที่สุด เส้นทางเดินป่าในเทือกแอลป์เปิดครบ
ฝั่งออสเตรเลียกำลังหนาว แต่ที่เคนส์ทางเหนือกลับเป็นช่วงดีที่สุดของปี ฝนน้อย ทะเลใส
ตุลาคมถึงธันวาคมใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่นและเกาหลี ไล่จากเหนือลงใต้ตลอดสองเดือน
แคนาดาและนิวอิงแลนด์เปลี่ยนสีเร็วกว่านั้น ปลายกันยายนถึงกลางตุลาคม
เนปาลกลับมาฟ้าเปิดอีกรอบ หลายคนว่าดีกว่าฤดูใบไม้ผลิด้วยซ้ำ
แสงเหนือกลับมาดูได้ตั้งแต่ปลายกันยายน
หลักคิดที่ใช้ได้กับทุกที่ปรากฏการณ์ที่ขึ้นกับดอกไม้และใบไม้คลาดเคลื่อนได้ทุกปี เพราะอากาศแต่ละปีไม่เหมือนกัน ควรเผื่อหน้าหลังสักสัปดาห์ อย่าจองตรงวันพีคเป๊ะ ๆ
ส่วนปรากฏการณ์ที่ขึ้นกับสัตว์ เช่นการอพยพหรือการวางไข่ คาดเดายากกว่าอีก ต้องยอมรับความเสี่ยง
สถานที่เดียวกันในต่างฤดูแทบเป็นคนละที่
ที่เที่ยวธรรมชาติต่างประเทศหลายแห่งจึงคุ้มค่าที่จะกลับไปซ้ำ
ก่อนกดจอง
สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติต่างประเทศสักแห่ง ลองค้นคำว่าชื่อสถานที่บวกเดือนที่จะไป แล้วดูรูปที่คนถ่ายจริงในเดือนนั้น จะเห็นภาพชัดกว่ารูปโปรโมต
เที่ยวถูกเดือนสำคัญกว่าเที่ยวที่ดัง จำไว้ข้อเดียวพอ